งานนักสืบชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า สืบ

งานนักสืบชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า สืบ การสืบสวน สอบสวน ผู้สืบอย่างเราต้องอาศัยความสังเกตเป็นที่ตั้ง ยิ่งเราต้องสืบเกี่ยวกับคนเป็นส่วนใหญ่ด้วยแล้ว การสังเกตพฤติกรรมแม้เพียงเล็กน้อยก็สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น การติดตามเป้าหมายในงานเลี้ยง หากเราสังเกตให้ดีจะเห็นเลยว่าเขานัดใครไว้หรือเปล่า หรือ สนใจใครเป็นพิเศษหรือไม่ หากไม่สังเกตก็ยากจะจับพิรุธเป้าหมายได้ รวมถึงคาดการณ์พฤติการณ์ของเป้าหมายไม่ได้อีกด้วย

WE Space | นักสืบ

ช่างสังเกต (Observation) – กฎสำคัญของนักสืบ

การสืบความลับ ก็คือการสังเกตนั่นเอง เทคนิคการสังเกต คือการพัฒนาความสามารถในการมองอะไรๆ ให้เห็นได้ชัดเจน และจำสิ่งที่เห็นได้อย่างถูกต้องเที่ยงตรง ไม่ผิดพลาด

การเป็น คนช่างสังเกต เป็นคุณสมบัติที่ดี เเละควรมีอย่างหนึ่งของผู้ประกอบอาชีพนักสืบ ต้องเก็บรายละเอียดของเป้าหมาย หรือวัตถุพยานต่างๆได้อย่างครบถ้วน รวมถึงมีไหวพริบสามารถพลิกแพงสถานการณ์ เพื่อสืบค้นข้อมูลหลักฐานได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย เพราะบางครั้งโอกาสในการเข้าถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ อาจเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นเอง
บ่อยครั้งที่นักสืบทำเป้าหมายหลุด จากการติดตามทั้งๆที่ ตัวเป้าหมายเองมิได้ทราบเลยว่า มีนักสืบคอยติดตามอยู่ เพียงแต่ว่าเป้าหมายที่นักสืบคอยติดตามนั้น มีความระมัดระวังตัว มีการ
ปลอมแปลงตัวอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนยากต่อการติดตาม ดังนั้นนักสืบต้อง
คอยสังเกตให้ดี ถึงจุดเด่นของเป้าหมาย ว่ามีส่วนใดที่สามารถจดจำได้ง่าย เช่น สีผิว ทรงผม
สีเล็บ ส่วนสูง ความอ้วน ผอม  หรือแม้กระทั่งจังหวะการก้าวเดิน สิ่งเหล่านี้ ไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงได้ในเวลาสั้นๆ จุดสังเกตเล็กๆน้อยเหล่านี้ จะช่วยให้นักสืบสามารถติดตาม
เป้าหมาย ได้ตลอดโดยไม่หลุดหายไปเสียก่อนเวลาอันควร

งานนักสืบชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า สืบ

วิธีการฝึกฝนมีดังนี้

เริ่มจากในห้องที่คุณอยู่ขณะนี้ มองสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างช้า ๆให้ทุกสิ่งที่มองประทับไว้เต็มสองตาของคุณ ให้ห้องทั้งห้องซึมซาบเข้าไปเป็นภาพอยู่ในสมองของคุณ ที่นี้หลับตาลง พยายามรักษาภาพห้องนั้นให้ปรากฎชัดในฉากมืดของเปลือกตาหรือในสมองของคุณ เมื่อภาพนั้นจางหายไป ลืมตาสักสองสามนาที มองตรวจสอบรายละเอียดของห้องอีกครั้ง แล้วก็ปิดตามองภาพนั้นภายในสมองอีก ทำอย่างนี้สักสองสามครั้ง

จากนั้นในขณะที่ยังปิดตาอยู่ ให้พยายามบรรยายสภาพห้องอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ลองบอกรายชื่อสิ่งของที่มีสีน้ำเงินในห้อง แล้วก็ลืมตาตรวจสอบดู – หลับตา แล้วพยายามนึกทบทวนสิ่งต่างๆ ทั้งหมดที่มีในห้อง ลืมตาตรวจสอบดู – ฝึกทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ถ้าเป็นห้องที่คุณคุ้นเคยอยู่แล้ว การฝึกนึกภาพอย่างที่ว่าก็ทำได้ง่าย แต่เมื่อได้ฝึก คุณจะต้องประหลาดใจว่ามีหลายสิ่งที่คุณไม่ได้สังเกตเห็นมาก่อนเลย แต่การทดสอบที่แท้จริง ต้องไปฝึกทำแบบนี้ในห้องหรือสถานที่ที่คุณไม่คุ้นเคยมาก่อน เข้าไปในนั้นแล้วให้มองรอบๆ จำส่วนต่างๆ ของห้องนั้นเหมือนภาพถ่ายไว้ในใจ ปิดตา มองดูภาพในใจ เปีดตา ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วบันทึกรายละเอียดต่าง ๆเก็บไว้ในความทรงจำ

คุณอาจตั้งคำถามต่าง ๆ กับตัวเอง เพื่อกระตุ้นการสังเกตให้ดียิ่งขึ้น เช่น ทางออกอยู่ตรงไหน มีกี่หน้าต่าง มีกี่คนอยู่ในห้อง ฯลฯ

คุณต้องฝึกเล่นเกมนี้กับคนอื่นด้วย โดยทำตัวเหมือนกับนักแสดง ที่กำลังพยายามทำความเข้าใจกับบทบาทของตัวเอง โดยศึกษาสีหน้าและการแสดงออกของคนต่าง ๆ กิริยาท่าทางของเขา การแต่งตัว วิธีการพูด สังเกตทุกสิ่งแล้วเก็บบันทึกไว้ในใจ บอกตัวเองว่าเราเป็นสายลับป้อนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ให้แก่สมองของคุณ

วิธีฝึกฝนให้เป็นคนช่างสังเกต

  1. พยายามหัดตัวเองให้เป็นคนดูสิ่งต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ฝึกหัดกันอย่างง่ายๆ  คือให้เรานำเอาลูกกุญแจมาวางไว้ตรงหน้า แล้วจดจำรายละเอียดของลูกกุญแจให้หมดทุกส่วน เมื่อนำลูกกุญแจออกไปแล้วให้วาดภาพให้เหมือนของจริงมากที่สุดในครั้งแรกๆ ของการปฏิบัติอาจต้องใช้เวลานานในการพิจารณารายละเอียด แต่เมื่อได้ฝึกหัดไปสักระยะหนึ่งจะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องแปลกใจ
  2. พยายามสร้างความสังเกตในตนเองให้ถูกต้องโดยสังเกตตนเองก่อน เช่น เวลาใส่เสื้อเรามักชอบเอาแขนข้างไหนใส่ก่อน   เวลาก้าวลงบันไดเท้าแรกที่สัมผัสขั้นบันไดมักเป็นข้างซ้ายหรือขวา ความละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้จะช่วยทำให้เราเป็นคนรู้ตัว มีสติอยู่ตลอดเวลา และจะช่วยให้นักช่างสังเกตที่ดีเยี่ยมต่อไป

วิธีฝึกฝนให้เป็นคนช่างจดจำ        

  1. ต้องมีสมาธิต้องมีความตั้งใจ เพราะหากไม่เกิดความสนใจ หรือเอาใจใส่ซะแล้ว ต่อให้ช้างมาย้ำมาฉุดก็จำไม่ได้
  2. มีความละเอียดแม่นยำ และมองเห็นภาพอย่างทะลุปรุโปร่ง
  3. การจัดระบบความคิด ในการจดจำเหตุการณ์อะไรให้ได้นาน หรือจัดระบบความคิดของเรา สิ่งใดควรมาก่อนหลัง เพื่อไม่ให้ความจำของเราสะเปะสะปะ หรือในบางครั้งอาจขยายความคิดของเราเกินจริง หรือให้ตื่นเต้นเพื่อย้ำความจำก็เป็นได้ เช่น เราก็สมัครตัวเองเข้าไปเป็นทหารจับปืนสู้กับข้าศึกซะเลย
  4. การปฏิบัติซ้ำๆ เหมือนเวลาที่เราอยากจำชื่อสูตรเคมี หรือสูตรคณิตศาสตร์ที่ยากๆ เราก็ต้องท่องซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ เที่ยว
  5. ในบางครั้งที่มีเรื่องหลายเรื่องที่ต้องจำ หากจำกันไว้ทีเดียวคงไม่ไหว เราต้องใช้สิ่งช่วยจำอาจเป็นการทำเครื่องหมาย ทำตำหนิ หรือหาสิ่งคล้องจอง เช่น จำเป็นบทกลอน หรือคำที่มันตลกๆ เป็นต้น

สิ่งที่นักสืบต้องสังเกตโดยทั่วไป มีดังนี้

การสังเกตลักษณะของบุคคล

1. จดจำลักษณะเด่น

นักสืบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจตำหนิรูปพรรณ ดังนั้นเพื่อความเข้าใจถึงตำหนิรูปพรรณของคนเรา หรือเพื่อให้ทราบตำหนิรูปพรรณของคนร้าย ก็ควรจะทำความเข้าใจลักษณะหรือตำหนิรูปพรรณของคนเราไว้เพื่อจะสามารถใช้เป็นข้อมูลในการจดจำ หรือใช้เป็นแนวทางการสืบสวนหาตัวคนร้ายหรือผู้กระทำความผิดได้ง่ายขึ้น มีวิธีจดจำลักษณะที่สำคัญ ๆ ของคนเราดังนี้

  • สูง นอกจากวัดความสูงเป็นเมตรและเซนติเมตรแล้ว ให้ใช้การวัดส่วนสูงเป็นฟิต และนิ้ว เพื่อประโยชน์ในการประมาณความสูงของคนด้วยสายตา
  • ผิว มีลักษณะอย่างไร นวล เปล่งปลั่ง เลือดฝาด ซีด งาม เหี่ยว สะเก็ด หรือตุ่ม
  • หน้า (ก) รูปหน้า – กลม รูปไข่ ยาว ย่นเป็นริ้ว เหี่ยวยาน อูม หน้ากระดูก

(ข) ลักษณะดวงหน้า – บึ้ง ยิ้มแย้มแจ่มใส เหม่อใจลอยหน้าแดงอยู่เสมอ

  • ผม สีอะไร เริ่มหงอก เริ่มล้าน ดัด หยิก แสกอย่างไร หวีเสย ยาว สั้น ดัดอย่างไร
  • หนวดเครา (ลักษณะและสี) หนวด (ขนาด ลักษณะ สี ดก) คางเขียว เคราเขียว ฯลฯ
  • คิ้ว สี หน้า บาง ดก เขียน โก่ง คิ้วต่อ หรอมแหรม ถอน
  • ตา ดี บอด เหล่ ลึกโบ ขอบตาแดง ขนตายาว ใส่แว่นหรือไม่ ตาชั้นเดียวหรือตาสองชั้น
  • ศีรษะ ใหญ่ เล็ก แบน เหลี่ยม แฟบ บุ๋มหนุ่ย
  • จมูก ใหญ่ เล็ก ยาว สั้น งอ บิด เบี้ยว งอน โค้งแบบนกแก้ว โต แตก รูจมูกเล็ก รูจมูกใหญ่ ฯลฯ
2. จดจำลักษณะที่แตกต่าง 

เป็นการสังเกตลักษณะที่ทำให้บุคคลนั้นแตกต่างจากบุคคลอื่น โดยอาจไม่ใช่ลักษณะเด่นก็ได้ เช่นตาบอด มีแผลเป็นที่แก้ม มือด้วน ขาเป๋ สวมนาฬิกาข้างไหน สายหนัง สายเหล็ก สีอะไร เป็นต้น นอกจาก นักสืบ จะสังเกตใบหน้าแล้วลักษณะทั่วๆ ไปก็ควรละเลย เช่น พวกรอยแผลเป็น หรือตำหนิที่เห็น เด่นชัด หรืออาจจะต้องสังเกตไปถึงลักษณะที่เกิดขึ้นเฉพาะตัว เช่น พูดติดอ่าง พูดสำเนียงแปร่ง เวลาพูดชอบเสยผม ชอบเสยผม ชอบป้องปาก ชอบก้มหน้า เงยหน้า เดินเชิดหน้า เดินก้มหน้า ฯลฯ และลักษณะของการแต่งกายบางครั้งหากเราสังเกตจะช่วย
ให้จำแนกได้คร่าวๆ ว่าบุคคลผู้นั้นมีฐานะความเป็นอยู่เช่นไร ประกอบอาชีพอะไร

รู้จักการจดจำสถานที่ต่างๆ 

การหัดสังเกต และจดจำสถานที่ มีส่วนช่วยการสืบได้มาก เมื่อเราสืบไปถึงสถานที่ตั้งของจุดหมายแล้ว ควรระบุตำแหน่งของสถานที่ให้ถูกต้อง จากนั้นจึงดูเจาะลึกเข้าไปเลื่อนๆ ดูการประกอบการ และลักษณะของอาคารเป็นไม้หรือตึก และที่สำคัญมาก คือการดูเส้นทางเข้าออกมีทางเข้าออกได้กี่ทาง รถอะไรสามารถเข้าไปได้บ้าง การดูทางหนีทีไล่ สามารถเข้าไป
ได้บ้าง กรณีที่เราต้องเข้าไปพักอาศัยในโรงแรม เราควรเดินตรวจตราทางเข้าออก ทางหนีไฟให้เรียบร้อย

รู้จักการจดจำสิ่งของต่างๆ

ในการสังเกตวัตถุสิ่งของ หรือก็เช่นเดียวกันแล้ว คนทั่วไปจะสังเกตแต่เฉพาะลักษณะรูปทรงสีสัน หรืออาจรู้ถึงวิธีการใช้งานได้บ้าง แต่ในสายตานักสืบแล้ว เพียงเห็นลักษณะหีบห่อก็ต้องพยายามบอกให้ได้ว่า สิ่งของข้างในควรมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร โดยปกติแล้ววัตถุสิ่งของที่มีราคาที่มีราคาค่างวดจะมีหมายเลขประจำเครื่องเสมอ เวลาพบสิ่งของต้องจดหมายเลขเอาไว้เป็นข้อมูล ในกรณีมีอุบัติเหตุในท้องถนน รถยนต์ชนคนแล้วหนีสิ่งแรกที่สายตาของนักสืบ จะต้องสังเกตและจดจำไว้ให้ได้ก่อนคือ หมายเลขทะเบียนรถ แล้วจึงค่อยจำยี่ห้อ ชนิดหรือประเภท แล้วตามด้วยสีเป็นลำดับ เพราะรถพวกนี้เมื่อก่ออุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น ก็มักจะนำไปปรับแต่งเปลี่ยนรูปไปโดยสิ้นเชิง

อ่านลทความน่าสนใจถัดไปเกี่ยวกับนักสืบ รู้จักกับอาชีพนักสืบให้มากขึ้น

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *