หนังเรื่องนี้มีการนำเสนอประเด็นลามก

หนังเรื่องนี้มีการนำเสนอประเด็นลามก

หนังเรื่องนี้มีการนำเสนอประเด็นลามก การใช้ยาเสพติดและการใช้คำพูดที่หยาบคาย พบกับ ไทยแฟรนไชส์ส

ปอย การสปอยหนังที่ไม่อยากให้คุณรอคอย! หนังเรื่อง The wolf of wall street นั้น เป็นหนังที่สร้างจากหนังสือ

อัตชีวประวัติตามชื่อหนังเลยก็คือ “The Wolf Of Wall Street ซึ่งเขียนโดย จอร์แดน เบลฟอร์ท หนังสือเล่มนี้มี

การตีพิมพ์ เมื่อปี 2007 จอร์แดน เบลฟอร์ท เป็นอดีตนายหน้าค้าหุ้นและก่อตั้งบริษัทโบรกเกอร์เถื่อนที่สามารถ

ทำเงินได้กว่าร้อยล้านดอลลาร์ด้วยกัน แต่เงินที่ได้มานั้นล้วนแล้วมาจากการฉ้อโกงและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปั่น

หุ้น โดยปัจจุบันเขาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ แต่เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมานั้น เขาได้สร้างวีรกรรมเจ็บแสบ

เอาไว้มากมาย จะมีอะไรบ้างนั้น เราลองไล่ดูกันเลย

เปิด ประเด็นนั้น จอร์แดนได้โฆษณา บริษัท ของตัวเองชื่อ สแตร์ตัน โอ็คมอนท์ ซึ่ง เป็น บริษัท นายหน้าซื้อ

ขายหลักทรัพย์สมบัติ โดยเขา ได้ อธิบาย ถึงความเป็นไป มา ใน ช่วงที่ เขา ได้เริ่ม ไปสู่ ถนนหนทาง วอลสตรีท

พร้อมทั้งฉาย ภาพ ไลฟ์สไตล์การใช้ ชีวิต อัน เหลวไหล ของเขา ไม่ว่า จะ ได้แก่การใช้สารเสพติดรวมถึงเล่น

แผลงท์ อาทิเช่น เล่น ยาบน เฮลิคอปเตอร์ทั้งยังเขา ยังคุยโว อีกด้วย ว่า เขา เล่น ยา จำนวน พอๆกับ ประชากร

ชาวนิวยอร์ก แล้วก็เขา ก็ กล่าว อีก ว่า เงิน เป็น สิ่งเสพติดที่เขารักมันเยอะที่สุด

เรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อจอร์แดนอายุได้ 22 ปี เขาได้เริ่มงานเป็นนายหน้าค้าหุ้นและได้คุยกับนายใหญ่ที่มีน้ำ

เสียงดีและเรียบง่ายอย่าง มาร์ค ฮันน่า พร้อมกับหัวหน้าอีกคนที่มีบุคลิกแตกต่างไปจากมาร์คโดยสิ้นเชิงก็คือ ปี

เตอร์ เดบลาสิโอ โดยจอร์แดนได้ใช้เวลาวิเคราะห์และสังเกตว่า พนักงานแต่ละคนมีการคุยและทำงานกัน

อย่างไร ในช่วงที่จอร์แดนกินข้าวกลางวันกับมาร์คนั้น มาร์คได้ถ่ายทอดวิชาแห่งวอลสตรีทให้กับจอร์แดนหลาย

อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการชักชวนลูกค้าเข้ามาซื้อขายหุ้นไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหนก็ตามเพื่อให้ลูกค้าซื้อหุ้น รวมไปถึง

วิธีการแปลก ๆ เช่น ทำการขัดจรวดวันละ 2 ครั้งเช้า-กลางวัน และต้องเสพโคเคนที่เขาเชื่อว่า จะทำให้นิ้วกด

โทรศัพท์เรียกลูกค้าเร็วขึ้น

6 เดือนต่อมา จอร์แดนเริ่มทำการศึกษาวอลสตรีทอย่างจริงจัง และเริ่มทำการสอบใบอนุญาตการเป็นโบรกเกอร์

โดยเขาได้เริ่มงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 1987 แต่โชคไม่ข้างเขาเมื่อตลาดหุ้นมีการปรับตัวดลงอ

ย่างหนัก หรือเรียกเหตุการณ์นั้นว่า Black Monday บริษัทนายหน้าที่จอร์แดนทำอยู่ประสบปัญหาอย่างหนักจน

ปิดตัวลง แน่นอนจอร์แดนต้องเตะฝุ่นกลับบ้าน เมื่อภรรยาจอร์แดนรู้เรื่องดังกล่าว เธอได้เสนอจำนำแหวน

แต่งงานในช่วงที่เขาหางานใหม่ในหนังสือพิมพ์ และแล้วเขาก็ไปสะดุดตากับงานใน ลอง ไอแลนด์ชื่อ ศูนย์การ

ลงทุน (Investor Center)

การใช้ยาเสพติดและการใช้คำพูดที่หยาบคาย

เมื่อจอร์แดนได้มาถึงศูนย์การลงทุน จอร์แดนพบว่ามันเป็นสถานที่ดูแล้วไม่มีความเป็นมืออาชีพเอาเสียเลย

จอร์แดนได้พบกับ ดเวน ซึ่งเป็นผู้ดูแลศูนย์การลงทุน ดเวนได้มอบหมายให้จอร์แดนเสนอขายหุ้นบริษัทแอโร

ไทน์ และเขาจะได้รับค่านายหน้าถึง 50 % จอร์แดนจึงเห็นโอกาสทองตรงนี้แล้ว เขาจึงใช้ทักษะทางวาทศิลป์ได้

โทรหาลูกค้าเพื่อเสนอขายหุ้น ด้วยทักษะการโน้มน้าวลูกค้าอย่างเหนือชั้น ทำให้ทุก ๆ คนในบริษัททั้งหมดต่าง

มองเขาด้วยความประหลาดใจ และสุดท้ายจอร์แดนก็หลอกขายหุ้นเน่าให้กับลูกค้าคนนั้นได้สำเร็จจนทำให้ทุก

คนในที่ทำงานถึงกับทึ่งในความสามารถของเขา ไม่กี่เดือนต่อมาจอร์แดนได้พบกับชายที่ชื่อดอนนี่ อาโซอฟฟ์

เขาได้กล่าวว่า เขาอยู่ตึกเดียวกับจอร์แดนและตอนนี้เขาทำงานขายเฟอร์นิเจอร์ให้กับเด็ก เขาถามจอร์แดนว่า

เขาได้เงินเท่าไร จอร์แดนกล่าวไปว่าก่อนหน้านี้ได้เงินมา 7 หมื่นกว่า ๆ แต่ดอนนี่ไม่เชื่อ ดอนนี่จึงขอหลักฐาน

ยืนยัน จอร์แดนเลยให้ดูหลักฐานดังกล่าว เพียงดอนนี่เห็นหลักฐานปั๊บ ดอนนี่รีบดิ่งโทรไปบอกเจ้านายของเขา

ทันทีเลยว่า ขอลาออก

ทั้งสองพบโรงรถเก่า ๆ พวกเขาวางแผนว่า จะตั้งกิจการกันที่นี่ จอร์แดนได้ระดมเพื่อน ๆ มาเข้าร่วมงาน ประกอบ

ด้วย ร็อบบี้ เฟรนเบิร์ด (ชื่อเล่น : พินเฮด”) , อัลเดน คัพเฟอร์เบิร์ก (ชื่อเล่น : ซี ออเตอร์) , เชตเตอร์ มิงค์ , นิกกี้

คอร์ฟออฟ (ชื่อเล่น : รู-กราด) และแบรด โดยเฉพาะแบรดนั้น ถือเป็นนักขายที่มีความสามารถสูง โดยจอร์แดนได้

ให้แบรดพิสูจน์ขายปากกาให้เขา แบรดก็บอกว่า ช่วยเขียนอะไรลงไปหน่อย จอร์แดนบอกว่า เขาไม่มีปากกา และ

แบรนดก็บอกว่า “ก็ซื้อปากกานี่ไปสิ” ซึ่งทำให้ทุก ๆ คนเริ่มเข้าใจในวิถีในการทำธุรกิจมากขึ้น

จากนั้นจอร์แดนได้ก่อตั้งบริษัทชื่อ บริษัทสแตร์ตัน โอ็คมอนท์ โดยเริ่มแรกจอร์แดนวางแผนที่จะเสนอขายหุ้น

ขนาดใหญ่อย่าง หุ้นดิสนี่ย์, หุ้น AT & T และหุ้นไอบีเอ็มเพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าก่อน แล้วจากนั้นเริ่มเสนอหุ้นเน่า

ให้กับลูกค้าหลังจากนั้น โดยทุก ๆ คนจะต้องประจำตำแหน่งบนโต๊ะ พูดตามที่จอร์แดนได้เขียนเอาไว้ โดย

จอร์แดนได้ทดสอบหลักปฏิบัติจริงโดยเสนอขายหุ้นโกดักส์ให้กับเหยื่อลูกค้าผู้โชคร้ายรายหนึ่งเพื่อให้เห็นเป็น

ตัวอย่าง

จากนั้นไม่นานบริษัทสแตร์ตันเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบริษัทนายหน้าค้าหุ้นแถวหน้าและประสบความ

สำเร็จอย่างก้าวกระโดด บริษัทจึงได้จัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยงและสุดพิเรนท์ไม่ว่าจะเป็นการให้ผู้ช่วยสาวคนหนึ่งโกน

หัวแลกกับเงิน $10,000 เพื่อไปเสริมหน้าอก รวมไปถึงจัดกลุ่มโสเภณีเข้ามาร่วมงานปาร์ตี้ของบริษัท

บริษัทสแตร์ตัน โอ็คมอนท์ประสบความสำเร็จสุดขีดเมื่อหนังสือพิมพ์ Forde ได้นำเรื่องราวของบริษัทมาเล่น จน

ทำให้เจ้าหน้าที่ FBI ที่มีความเที่ยงตรงสูงอย่างแพททริค เดนแฮม เริ่มติดตามพฤติกรรมของจอร์แดน โดย

Forde ได้ให้ฉายยาจอร์แดนว่า “โรบินฮู๊ดขี้โกง” และให้ฉายยาว่า “หมาป่าแห่งวอลสตรีท” เมื่อจอร์แดนเห็นตอน

แรกก็รู้สึกโกรธ แต่ภรรยาของเขาก็ปลอบใจว่า มันไม่ได้เป็นฉายยาที่เลวร้ายอะไร

จอร์แดนได้จัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยงอีกครั้งที่บ้านพักตากอากาศ แล้วเขาได้รู้จักนาโอมิครั้งแรกจากเพื่อนสาวคนหนึ่ง

เขาได้แนะนำตัวเองพร้อมกับชักชวนไปเล่นสกี แล้วคืนหนึ่งจอร์แดนได้พานาโอมิกินข้าวเย็น ตอนแรกจอร์แดน

จะพาเธอขึ้นบ้าน แต่เธอกลับเชิญให้เขามาที่อพาร์ทเมนท์ของเธอเพื่อดื่มชา จอร์แดนรู้สึกสับสนหนักที่กำลังคิด

นอกใจภรรยา

ซึ่งขณะเดียวกันภรรยาส่งข้อความทางเพจเจอร์ของจอร์แดนเพื่อให้กลับบ้าน จากนั้นจอร์แดนเห็นนาโอมิแล้วจึง

ทนแรงยั่วยุไม่ไหว แล้วทั้งสองต่างก็แอบคบกันจนกระทั่งภรรยาของจอร์แดนจับได้ และจากนั้นจอร์แดนได้หย่า

ขาดกับภรรยาอีก 3 วันต่อมา จอร์แดนเริ่มหาแนวทางในการฟอกเงิน

เนื่องจากเขารู้ดีว่าเงินพวกนี้เป็นเงินผิดกฎหมาย เขาจึงทำการวางจ้างทนายความอย่างแมนนี่ ริสคิน เพื่อทำให้

เงินพวกนี้เป็นเงินสะอาด สิ่งที่จอร์แดนให้ความสำคัญตอนนี้ก็คือ เขาต้องการทำเงินให้ได้มากขึ้นกว่าเดิมที่เป็น

อยู่

จอร์แดนได้ขอนาโอมิแต่งงานและจัดงานแต่งแบบใหญ่โต แต่ก่อนที่จอร์แดนจะแต่งงานนั้น จอร์แดนได้จัดงาน

ปาร์ตี้สละโสดสุดเหวี่ยง ไม่ว่าจะจัดงานปาร์ตี้บนเครื่องบิน ซึ่งเต็มไปด้วยโสเภณีกับโคเคนเต็มเครื่อง จนกระทั่ง

ผ่านไป 18 เดือน ทั้งสองต่างมีลูกสาวให้กัน

จอร์แดนได้พบกับสตีฟ แมดเดนในวันประชุมหุ้น IPO โดยทางสตีฟได้เสนอผลิตภัณฑ์รองเท้ารุ่นล่าสุด จอร์แดน

อยากให้สตีฟร่วมธุรกิจกับเขา ซึ่งเขาก็ตอบตกลง แล้วจากนั้นจอร์แดนได้กล่าวบทพูดโดยใช้ความร่ำรวยเป็น

เครื่องมือปลุกใจในการให้พนักงานทำงานให้กับบริษัทของเขาเดินหน้าต่อไป

ต่อมาทางด้าน FBI ได้ส่งหมายศาลไปยังบริษัทเพื่อขอดูวิดีโองานแต่งของจอร์แดน จอร์แดนไม่ได้หวั่นไหวต่อ

เรื่องนี้ เขาได้ให้รายชื่อทุก ๆ คนที่เข้าร่วมงานแต่งให้กับเจ้าหน้าที่เดนแฮม ในขณะที่ทั้งสองพูดคุยกัน จอร์แดน

พยายามใช้วาทศิลป์โน้มน้าวทางเจ้าหน้าที่เดนแฮม โดยยกกรณีตัวอย่างของพนักงานรายหนึ่งที่ได้ใช้เงินผ่าตัด

รักษาแม่ของเขาหลังจากที่ได้ทำงานร่วมกับจอร์แดน แต่เดนแฮมอ่านเกมออกว่า จอร์แดนพยายามติดสินบนกับ

เขา จอร์แดนหัวเราะกลบเกลื่อนพร้อมกับไล่เจ้าหน้าที่ลงเรือไป พร้อมกับเขวี้ยงเงินประชดใส่เจ้าหน้าที่

จอร์แดนตัดสินใจเก็บเงินในบัญชีเอาไว้ในต่างประเทศโดยเดินทางไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์แต่ระหว่างขึ้น

เครื่อง จอร์แดนเสียสติจากการเสพยาเกินขนาด เมื่อเสร็จธุระจากสวิตเซอร์แลนด์แล้ว จอร์แดนได้เดินทางไปยัง

ประเทศอังกฤษเพื่อโน้มน้าวให้ป้าของนาโอมิเก็บเงินบางส่วนเอาไว้ แต่เนื่องจากเงินของจอร์แดนมีจำนวนมาก

เกินกว่าที่ป้าของนาโอมิจะรับไหว จอร์แดนตัดสินใจให้แบรดช่วย

โดยแบรดได้ใช้ภรรยาของเขาทำการลักลอบเงิน โดยร่วมมือกับครอบครัวของภรรยาของแบรดอีกที ในขณะที่แบ

รดกับดอนนี่กำลังทำงานกันอยู่นั้น ทั้งสองต่างมีปากเสียงจนเรื่องโป๊ะแตกขึ้นมาเมื่อแบรดได้สะดุดกระเป๋าที่บรรจุ

เงินอยู่ ทำให้แบรดโดนจับกุมไป หลายวันต่อมา จอร์แดนได้กลับมาที่บริษัทอีกครั้ง พร้อมกับประกาศว่า จะลง

จากตำแหน่งลงไป เขาได้ปลุกใจโบรกเกอร์พร้อมกับสั่งลา ซึ่งทำให้โบกรเกอร์หลายคนแสดงอาการเสียใจออก

มา แต่สุดท้ายเขาเปลี่ยนใจกลับมายืนอยู่ในตำแหน่งต่อ เสียงเชียร์ของโบรกเกอร์ดังสนั่นกลับมาอีกครั้ง

ดูหนังซับไทย

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *