หากจะพูดถึงการแต่งบ้านแล้วล่ะก็ ผนังที่สวยงามก็เป็นส่วนสำคัญอย่างมาก

หากจะพูดถึงการแต่งบ้านแล้วล่ะก็ ผนังที่สวยงามก็เป็นส่วนสำคัญอย่างมาก ที่ทำให้บ้านของเราสวยงามตามไลฟ์สไตล์ของเราได้ แน่นอนว่าสีทาผนัง เป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ที่ช่วยให้บ้านเราสวยได้เพียงข้ามคืน แต่หลายคนเลือกที่จะก่ออิฐโชว์ ก็ด้วยความหลงไหลในพื้นผิวแบบอิฐเปลือยแสดงสัจจะของวัสดุ แต่ก็ต้องแลกกับค่าแรงฝีมือช่าง และยังใช้เวลาในการก่ออิฐนานหลายวัน

ปัจจุบันมีตัวช่วยตกแต่งบ้าน เนรมิตห้องเก่าให้กลายเป็นห้องใหม่ ทำให้บ้านน่าอยู่น่าอาศัยมากขึ้นด้วยการติดตั้งวอลเปเปอร์ ที่สามารถเปลี่ยนลุค เพิ่มสไตล์ให้ห้องได้อย่างทันตา ซึ่งปัจจุบันวอลเปเปอร์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีลวดลายที่หลากหลาย สามารถตกแต่งห้องได้ตามจินตนาการของคุณ ที่สำคัญลงมือทำเองได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาช่างมืออาชีพ ขอเพียงแค่ลองศึกษาเทคนิคต่อไปนี้รับรองได้ว่าสามารถติดวอลเปเปอร์เองได้แม้จะเป็นผู้หญิงก็ยังทำได้แบบไม่ต้องง้อใคร ออกแบบบริเวณบ้าน

ถ้าหากอยากรู้ว่าติดวอลเปเปอร์เอง ติดยังไง ใช้ขนาดไหน ราคาเท่าไร มีทริกในการติดวอลเปเปอร์ผนังยังไง ให้ออกมาสวยดูดี วันนี้เรามีคำตอบมาฝากแล้วค่ะ 

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนซื้อวอลเปเปอร์สติ๊กเกอร์

(1) คำนวณพื้นที่ในการติดตั้งไว้ล่วงหน้า วิธีคำนวณก็ง่ายมากๆ เพียงนำความกว้างของผนัง X ความสูงของผนัง

(2) พื้นผิวและสีของผนัง เช่นหากผนังเป็นแผ่นไม้ มีสีเข้มก็ไม่ควรซื้อวอลเปอร์เปอร์ที่มีสีขาวหรือสีอ่อน หรือหากผนังปูนฉาบทาสีอื่นที่ไม่ใช่สีขาว ก็ไม่ควรติดวอลเปเปอร์สีอ่อนเช่นกัน หากซื้อสีอ่อนก็ต้องติดบนผนังสีโทนอ่อนอย่างสีขาวเท่านั้น ถ้าให้ดีควรเตรียมพื้นผิวของผนังให้มีความเรียบ และทาด้วยสีขาวเตรียมไว้เลย เมื่อติดเสร็จแล้วจะได้สีของวอลเปเปอร์ที่สวยงามตรงตามลวดลายจริงๆ

ทริกในการติดวอลเปเปอร์ผนังยังไง ให้ออกมาสวยดูดี

1. วางแผนให้ดี

          เริ่มจากวัดขนาดพื้นที่ผนังที่ต้องการจะติดวอลเปเปอร์ โดยใช้ ความกว้าง x ความสูง จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ ไปเทียบกับขนาดของวอลเปเปอร์ เช่น ความกว้างห้อง 4 เมตร ความสูงห้อง 3 เมตร = 12 ตารางเมตร หากใช้วอลเปอร์หน้าแคบ หรือขนาดความกว้าง 0.53 เซนติเมตร ยาว 10 เมตร เป็นขนาดที่ใช้กันทั่วไป ก็จะใช้ประมาณ 3 ม้วน (1 ม้วนติดได้ประมาณ 5 ตารางเมตร) หากใช้วอลเปอร์หน้ากว้าง ขนาด 1.06 ความยาว 15.6 เมตร จะใช้ประมาณ 1 ม้วน ส่วนราคาของวอลเปเปอร์ติดผนังมีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อย ขึ้นอยู่กับลวดลายและวัสดุที่นำมาใช้ เช่น ไวนิล กระดาษ และโฟม
 

2. เลือกลายที่เหมาะกับสไตล์ของบ้าน

          การติดวอลเปเปอร์ผนังให้สวยได้นั้น ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมระหว่างลายของวอลเปเปอร์กับสไตล์ของบ้าน หากบ้านของคุณเป็นสไตล์วินเทจ หรือสไตล์ย้อนยุคนิด ๆ  ก็เลือกลายวอลเปอร์ที่ออกแนววินเทจให้เหมาะกับบ้าน เช่น ลายดอกไม้หวาน ๆ ลายฉลุ เป็นต้น หรือถ้าสร้างบ้านแนวสมัยใหม่ ก็ควรเลือกลายวอลเปเปอร์เก๋ ๆ สีสันสดใส เช่น ลายกราฟิก ลายทาง เป็นต้น

การเลือกลายวอลเปเปอร์ จะต้องคำงถึงขนาดของห้องเป็นหลัก หากป็นห้องเล็ก ๆ ก็ไม่ควรเลือกลายใหญ่เกินไป เพราะจะดูตาลายและทำให้รู้สึกอึดอัด หากห้องใหญ่สามารถเลือกลายใหญ่หรือลายเล็กก็ได้

วอลเปเปอร์ติดผนัง

3. หลากห้องต่างสไตล์ก็ไม่ผิด

          สำหรับคนที่ยังรักพี่เสียดายน้อง ลายนั้นก็ดูดี ลายนี้ก็อยากได้ ไม่รู้จะเลือกวอลเปเปอร์แบบไหนดี ก็ไม่ต้องคิดให้ปวดหัว เพราะไม่จำเป็นต้องเลือกวอลเปเปอร์ติดห้องลายเดียวกันหมดทั้งบ้านให้น่าเบื่อ แค่ระวังไม่ให้ลายวอลเปเปอร์ไม่เข้ากันกับสไตล์เฟอร์นิเจอร์ หรือลายของหน้าต่างในแต่ละห้องก็พอ

4. เนรมิตเรียบหรูคลาสสิคด้วยสีพื้น

          หากไม่ชอบความวุ่นวาย อยากให้บ้านดูเรียบหรูคลาสสิค แนะนำให้เลือกติดวอลเปเปอร์สีพื้นอ่อน ๆ แล้วค่อยเพิ่มลูกเล่นด้วยการติดภาพวาดสีน้ำมันบานใหญ่ ๆ สักภาพ หรือภาพถ่ายสวย ๆ สักบานมาติดไว้ เท่านี้ก็จะได้บ้านลุคคลาสสิคแบบหรู ๆ แล้ว อีกทั้งยังทำให้ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ดูสวยงามขึ้นอีกต่างหาก
หากจะพูดถึงการแต่งบ้านแล้วล่ะก็ ผนังที่สวยงามก็เป็นส่วนสำคัญอย่างมาก

5. สร้างเอกลักษณ์ด้วยลวดลาย 

          สามารถเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้ดูมีสีสันเตะตา ได้ด้วยวอลเปเปอร์ที่มีลวดลาย แต่วอลเปเปอร์ติดผนังแบบนี้ เหมาะที่จะใช้ตกแต่งกับห้องกินข้าว ห้องน้ำ และห้องแต่งตัว เพราะลายพร้อย ๆ บนผืนวอลเปเปอร์ ซึ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์ และลดความเวิ้งว้างภายในห้องได้เป็นอย่างดีเลย อีกทั้งยังทำให้ห้องดูโดดเด่นขึ้นด้วย

6. เพิ่มมิติให้ห้องด้วยวอลเปเปอร์แบบนูน

          ในส่วนห้องที่ต้องการให้ดูมีมิติ เช่น ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น ลองเลือกวอลเปเปอร์พื้นนูนหรือวอลเปเปอร์ 3D มาติดดูก็ได้ เพราะวอลเปเปอร์ชนิดพื้นนูน จะช่วยเพิ่มลวดลายให้พื้นผนัง ดูมีสไตล์แบบล้ำลึก โดดเด่นไม่แพ้ใคร อีกทั้งยังช่วยป้องกันเสียงได้ระดับหนึ่งด้วย
วอลเปเปอร์ติดผนัง ห้องนั่งเล่น

7. แปลกตาด้วยสไตล์การติด

          การติดวอลเปเปอร์ผนัง ไม่จำเป็นต้องติดในแนวตั้งเสมอไป ลองแหวกแนวด้วยการพลิกแพลงติดวอลเปเปอร์ในแนวนอนดูบ้างก็ช่วยเพิ่มความสวยงามได้เหมือนกัน เช่น เลือกสีวอลเปเปอร์ผนังที่ตัดกันติดในห้องเดียวกัน ก็จะช่วยให้ห้องดูแปลกตา สวยไปอีกแบบ

8. ใช้ลวดลายปกปิดรอยตำหนิ 

          สำหรับบ้านที่มีปัญหาผนังเป็นรอยด่างดำ หรือมีพื้นผิวขรุขระไม่เรียบสวย การติดวอลเปเปอร์ลายเดียวกันทั้งห้อง ก็จะช่วยพรางตาไม่ให้เห็นรอยตำหนิเหล่านี้ได้ง่าย แถมยังดูสวยแบบเนียน ๆ อีกด้วย
 ซึ่งวิธีการติดวอลเปเปอร์เองนั้นก็ไม่ยาก เริ่มด้วยทำความสะอาดผนังกำจัดฝุ่นและคราบสกปรกออกซะก่อน จากนั้นทากาวลงบนขอบวอลเปเปอร์ หากวอลเปเปอร์มีกาวในตัวก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย เสร็จแล้วนำวอลเปเปอร์ติดผนังจากบนลงล่าง ไล่อากาศออกให้เรียบร้อยก่อนติดแผ่นต่อไป หากมีลายกาวเลอะให้รีบเช็ดออก ไม่ควรทิ้งไว้จนคราบกาวแห้ง
หากจะพูดถึงการแต่งบ้านแล้วล่ะก็ ผนังที่สวยงามก็เป็นส่วนสำคัญอย่างมาก

9. เล่นกับแสงไฟเพิ่มความสว่าง 

          สำหรับห้องที่ไม่มีหน้าต่างหรือพื้นที่มุมอับ ค่อนข้างมืด ให้เลือกวอลเปเปอร์สีอ่อน ๆ หรือสีเมทัลลิก เพราะช่วยสะท้อนแสง พร้อมทั้งทำให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้นได้มากกว่า แต่ทั้งนี้หากต้องการใช้วอลเปเปอร์สีเข้มก็สามารถทำได้ โดยจับคู่กับโทนสีสว่างหรือติดกระจกช่วยพรางตา

10. หมั่นดูแลรักษาความสะอาด

          การดูแลความสะอาดก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน โดยใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำยาทำความสะอาดบริเวณที่มีคราบสกปรก โดยถูเบา ๆ และทำซ้ำจนกว่าคราบจะหายไป หลีกเลี่ยงการใช้สารระเหย เช่น ทินเนอร์ ทำความสะอาดเพราะอาจจะทำให้ผิวสัมผัสของวอลเปเปอร์เสียหายได้ ทั้งนี้หากวอลเปเปอร์ฉีกขาดควรรีบแก้ไข เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนขอบแข็งจะซ่อมแซมยาก
เลือกลายวอลเปเปอร์สำหรับห้องของคุณให้ดูดี 

ถ้าหากคุณไม่ค่อยแน่ใจว่าห้องของคุณอยากติดวอลเปเปอร์ลายอะไรวิธีการง่ายๆ คือการเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ที่จะมีตัวอย่างการตกแต่งห้องด้วยวอลเปเปอร์ลวดลายต่างๆ เพื่อให้คุณสามารถจินตนาการออกว่า หากเลือกใช้วอลเปเปอร์สไตล์แบบนี้ จะทำให้บรรยากศในห้องของคุณออกมาเป็นแบบไหน นอกจากนี้ยังมีแนวทางพื้นฐานในการเลือกใช้วอลเปเปอร์แบบง่ายๆ ดังนี้

  • วอลเปเปอร์ลายทาง ช่วยทำให้ห้องดูโล่งโปร่งเพดานดูสูงขึ้นและไม่ทำให้เบื่อเร็ว
  • วอลเปเปอร์ลายอิฐ ช่วยสร้างจุดเด่นให้กับห้องแต่ควรเลือกติดเฉพาะบางจุดไม่ควรติดรอบห้องเพราะจะทำให้ห้องดูทึบดูอึดอัด
  • วอลเปเปอร์สีอ่อน ช่วยทำให้ดูสว่างและกว้างมากขึ้นเหมาะสำหรับห้องขนาดเล็กหรือคอนโดจะช่วยให้ห้องดูโล่งโปร่งมากขึ้น
  • วอลเปเปอร์ลายเล็กหรือลายเรียบช่วยทำให้ห้องดูกว้าง โปร่ง สว่างและสบายตาเหมาะสำหรับห้องขนาดเล็กหรือคอนโด
  • วอลเปเปอร์สีเข้ม ช่วยเน้นพื้นที่นั้นให้โดดเด่นสะดุดตาเหมาะติดตั้งเฉพาะจุดที่ต้องการสร้างจุดเด่นให้กับห้องและไม่ควรติดตั้งรอบห้องเพราะจะทำให้ห้องดูทึบอึดอัด ที่สำคัญห้องสีเข้มจะดึงดูดให้ยุงมารวมตัวในห้องนั้นมากเป็นพิเศษทำให้ต้องหาวิธีกำจัดยุงอีกด้วย
  • วอลเปเปอร์ลวดลายใหญ่ ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับห้องทำให้ห้องนั้นมีจุดเด่นเหมาะติดในห้องที่มีเพดานสูงไม่ควรติดทั้งห้องเพราะลายที่ใหญ่ทำให้ห้องดูเล็กลงและรู้สึกเวียนหัวและเบื่อได้ง่าย
ห้องขนาดนี้ต้องใช้วอลเปเปอร์กี่ม้วน

เมื่อคิดจะติดตั้งวอลเปเปอร์ ก็ต้องคำนวณหาพื้นที่ โดยมีวิธีคิดหาพื้นที่ห้องง่ายๆ ดังนี้

  • วัดผนังห้อง กว้าง×สูง หน่วยเป็นเมตร
  • ดูที่ข้างม้วนวอลเปเปอร์ว่าขนาด 1 ม้วนติดตั้งได้กี่ตารางเมตรแล้วนำไปหารกับพื้นที่ที่วัดได้

ตัวอย่างเช่น

3 เมตร  × 2.5 เมตร = 7.5 ตารางเมตร (ถ้าวอลเปเปอร์ลายที่ชอบ  1 ม้วนติดได้  5  ตารางเมตร)

7.5/ 5 = 1.5  ม้วน  หากมีเศษให้ปัดขึ้นก็จะได้จำนวนวอลเปเปอร์ที่ต้องซื้อคือ  2  ม้วน

ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าวอลเปเปอร์ลายที่เลือกเป็นแบบต่อลายหรือไม่ หากเป็นแบบต่อลายควรซื้อเผื่อไว้ต่อลาย และเก็บไว้เผื่อซ่อมแซมกรณีที่วอลเปเปอร์เกิดชำรุด ควรเก็บสำรองไว้สัก 1 ม้วน เพราะลายที่ติดไปแล้วถ้าเกิน 2 ปี สินค้าอาจจะไม่มีขายแล้วก็ได้

จะเห็นได้ว่าวิธีการติดตั้งวอลเปเปอร์ด้วยตนเองไม่ใช่เรื่องยุ่งยากมากนัก เพียงแค่เลือกลวดลายที่เหมาะกับห้องและใช้ความประณีตในการติดตั้งอีกนิดหน่อย ลองนำเทคนิคการติดวอลเปเปอร์ที่เรานำมาฝากนี้ไปปรับใช้กัน ก็สามารถติดตั้งวอลเปเปอร์ให้สวยเรียบได้แบบมืออาชีพ เนรมิตห้องเก่าให้ดูเหมือนใหม่

อ่านบทความน่าสนใจเกี่ยวกับบ้านถัดไป ทำความเข้าใจกับบ้านสไตล์ลอฟท์

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *