เริ่มต้นกับการสรุปภาพรวมตลาด หุ้นไทย ในสัปดาห์ที่แล้ว (11-15 พ.ค.) SET INDEX ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% จากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มเกษตร เพิ่มขึ้นมากที่สุด 15.4% รองลงมาคือกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้น 15% และสุดท้าย คือกลุ่มภาคการเงิน เพิ่มขึ้น 5.9%

แม้ว่าภาพรวมตลาด หุ้นไทย จะกลับมาฟื้นตัวได้ช่วงสั้น ตอบรับกับปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวดีขึ้น และการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทั้งในไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก แต่ในทางกลับกันนักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการระบาดซ้ำของเชื้อโควิด-19 สะท้อนได้จากแรงขายหุ้นในช่วงปลายสัปดาห์ นับเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะเข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจโลก และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนอีกหรือไม่

เกาะติดกับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พบว่าขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 4.7 ล้านราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสมรวมกว่า 310,000 ราย

ในขณะที่ประเทศสหรัฐยังคงพบจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นจำนวนมากกว่า 1,500,000 ราย รองลงมาคือประเทศสเปนและอันดับสามคือประเทศรัสเซีย ที่พบผู้ติดเชื้อใกล้เคียงกันกว่า 270,000 ราย

ด้านศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานสถานการณ์ในไทยเมื่อวันที่ 17 พ.ค.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งสิ้น 3 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยสะสมรวมทั้งสิ้น 3,028 ราย ส่วนผู้ที่รักษาหายแล้วมีจำนวน 2,856 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 56 ราย

ปัจจุบันสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทย ส่งสัญญาณดีขึ้นเป็นลำดับ เป็นเหตุผลให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในที่เฟส 2 เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 พ.ค. เช่น ลดเวลาเคอร์ฟิวเป็น 23:00 น.ไปจนถึง 4:00 น. และอนุญาตให้เปิดห้างสรรพสินค้าในช่วงเวลาที่กำหนดตั้งแต่ 10:00 น.ไปจนถึง 20:00 น.

ส่วนปัจจัยที่นักวิเคราะห์ได้ให้ความสำคัญและเฝ้าติดตามในสัปดาห์นี้ คือการรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ในไตรมาสแรกของปี 2563 ของทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 พ.ค. เบื้องต้นนักวิเคราะห์คาดการณ์ตัวเลข GDP ของไทยในไตรมาสแรกจะพลิกกลับมาติดลบครั้งแรก และมีโอกาสติดลบต่อเนื่องในไตรมาสที่สอง ซึ่งในทางทฎษฎีเมื่อ GDP ติดลบต่อเนื่องกันอย่างน้อย 2 ไตรมาสจะนิยามเศรษฐกิจในช่วงนี้ ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างเป็นทางการ เป็นที่น่าจับตาว่าจะอาจนำไปสู่การทบทวนปรับลดประมาณการ GDP ของไทยในปี 2563 รอบใหม่หรือไม่

พร้อมกันนี้ ยังต้องติดตามผลการประชุมสำคัญของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในวันที่ 20 พ.ค. ล่าสุดนักวิเคราะห์หลายรายประเมินถึงโอกาสที่คณะกรรมการ กนง. จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง เพื่อช่วยลดภาระให้กับประชาชนและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อ่านเพิ่มเติม

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *