“Weekly Highlight” (8-12 มิ.ย.) ต่างชาติลุยหุ้นไทยแค่ “HOT MONEY” “ตกรถ” ยังมีลุ้น 1,500 จุด !!

“Weekly Highlight”  เริ่มต้นกับการสรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่แล้ว (1-5 มิ.ย.) SET INDEX ทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบกว่า 3 เดือน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 6.9% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพิ่มขึ้นมากที่สุด 17.5% รองลงมาคือกลุ่มปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น 15.6% และสุดท้าย คือกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เพิ่มขึ้น 10.2%

สำหรับบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในแนวโน้มสดใส ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย ขานรับกับกระแสไหลเข้าของฟันด์โฟลว์ หรือเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยติดต่อกันหลายวันทำการ ส่งผลให้มูลค่าซื้อขายบางวันเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 แสนล้านบาท

อานิสงส์ของกระแสฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยรอบนี้ ช่วยผลักดันราคาหุ้นไซด์มาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่หลายบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความคาดหวังการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลเพื่อช่วยฟื้นฟู และเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 หลังจากได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในระยะที่ 3 เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ส่วนมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ในระยะที่ 4 สำหรับกิจการที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ โรงเรียน ผับ บาร์ ปัจจุบันศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) อยู่ในขั้นตอนเตรียมมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับ คาดว่าจะมีความชัดเจนในระยะถัดไป

ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในไทยเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 8 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยสะสมล่าสุดอยู่ที่ 3,112 ราย ส่วนผู้ที่รักษาหายมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2,972 ราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสมรวมคงที่ 58 ราย

เกาะติดกับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พบว่าขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกือบ 7 ล้านราย และมียอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 403,000 ราย

สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักวิเคราะห์เฝ้าติดตามกันในสัปดาห์นี้คือตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของหลายประเทศ ได้แก่ ตัวเลขส่งออกรอบเดือน พ.ค. ของประเทศจีน ,ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2563 ของประเทศญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ยและมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมกลางสัปดาห์นี้ด้วย อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *